แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตั้งใจ...เพื่อสัจจะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตั้งใจ...เพื่อสัจจะ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

หลวงปู่แหวน:ตั้งสัจจะ-ตอนที่ 2

เราต้องตักเตือนข่มขู่ ชักจูงแนะนำจิตของเราด้วยอุบายแยบคาย ถ้าจิตใจมันเกียจคร้าน เราต้องหาอุบายมาตักเตือน ชักจูงแนะนำ ให้มีความอาจหาญ ร่าเริง ให้เกิดความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร ไม่ปล่อยให้จิตนิ่งเฉยเกียจคร้าน

เราต้องละความเกียจคร้าน ความไม่ดีของจิตด้วยการอบรมภาวนาอย่างนี้ ถ้าเราตักเตือนชี้นำด้วยอุบายอันชอบ ในที่สุดจิตก็จะฟังเหตุผล เกิดความมุมานะพยายามในความเพียร เราต้องข่มขู่ตักเตือนบ่อยๆ ในสมัยที่จิตนิ่งเฉยต่อความเพียร

ถ้าเราคอยประคับประคองจิต ด้วยอุบายข่มขู่ตักเตือน ด้วยอุบายแยบคาย จิตย่อมจำนนต่อเหตุผล ระวังรักษาสติไว้อย่าให้หลงลืม ฝึกหัดให้เกิดความรู้ความฉลาดเกิดขึ้นในจิตในใจของตน

จิตของเราถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมามันจะให้เรานอนท่าเดียว ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ตักเตือน อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟังนั่นแหละคืออุบายที่ควรแก่จิตใน ลักษณะนั้น และในขณะนั้นๆ ถ้าเราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้ เช่นไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

ให้ตั้งอยู่ในความหมั่นความเพียร ในคุณงามความดีของตน พยายามเพ่งดูในจิตในใจของเรานี้แหละ ถ้าไม่อาศัยความขยันหมั่นเพียร ไม่ได้ จิตเรานี้มันมักจะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ เป็นอดีตอนาคตไป เราต้องหาอุบายมาชี้แจงให้ตั้งอยู่ในปัจจุบันธรรม

ถ้าเราไม่หมั่นหาอุบายมาอบรมจิตแล้ว ส่วนมากจิตมักจะเกิดความเฉื่อยชา วางเฉย ดังนั้น อุบายจึงเป็นของสำคัญ ยกขึ้นสู่การพิจารณาชี้แจง ให้จิตอาจหาญ ร่าเริง เห็นแจ้งในจิตในใจของเรา ถ้าจิตยิ่งเกิดเกียจคร้านเท่าไรเราก็ต้องเพิ่มความพยายามตักเตือน โดยอุบายให้มากขึ้นให้เท่าเทียมกัน จนเกิดความขยันขันแข็ง เบิกบานผ่องใส

ให้ตั้งอกตั้งใจตั้งสัจจะตรงต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้เกิดความอุตสาหะวิรยะ ความพากความเพียร ในภาวนาในคุณความดี

ให้ตั้งอยู่ในสิกขาวินัย ในความหมั่นความเพียร

ให้ตั้งความสัจจ์ความเพียรไว้อย่าเป็นคนเกียจคร้าน พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราให้ตั้งอยู่ในมรรคในผล ให้พยายามรักษาจิตรักษาใจของเราอาศัยความองอาจกล้าหาญ ในความพากความเพียรของเรา อย่าอ่อนแอท้อแท้ เราต้องสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าองอาจกล้าหาญจึงจะผ่านอุปสรรคไปได้

ให้รักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษากาย รักษาใจ ของตน ในทุกอิริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน


ขอบคุณที่มา : http://board.palungjit.com/f131/ให้ตั้งสัจจะ-หลวงปู่แหวน-220070.html


บทความที่เกี่ยวข้อง

หลวงปู่แหวน:ตั้งสัจจะ-ตอนที่ 1

การปฏิบัติเราจะเดินก็ให้ตั้งสัจจะไว้ว่า จะเดินเท่านี้เท่านั้น หรือเราจะนั่งวันหนึ่งคืนหนึ่ง หรือถ้าเราสู้ไม่ไหวเราก็เอาแต่พอสมควร ให้ตั้งใจจริงๆ

กำหนดตั้งสัจจะไว้ในจิตในใจ ละความมัวเมาออกให้หมด คอยกำหนดจิตเข้ามาสู่ภายในให้ใจเบิกบาน ตั้งความสัจจะว่าจะภาวนาเป็นเวลาเท่านั้นเท่านี้ หรือถ้าจะเดินก็ให้กำหนด ระวังรักษาจิตใจของเรา ให้แช่มชื่นเบิกบานไม่ปล่อยจิตปล่อยใจให้เป็นธรรมเมา รักษาจิตใจให้ตั้งอยู่เฉพาะธรรมโม

อย่าละความเพียรความพยายาม ให้เพียรไปติดต่อกัน จะเป็นวันหนึ่งหรือคืนหนึ่งก็ได้ เช่น ตั้งสัจจะว่าจะนั่งตลอดคืนจะไม่นอน อย่างนี้ตั้งสัจจะไว้อย่างนี้เป็นการดี ตั้งสัจจะต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วตั้งใจให้ดี คอยระวังรักษาจิตใจของเรานั้นแหละ ให้ผ่องใสตลอดไป

ให้พยายามรักษาความดีความหมั่นความขยันของเราไว้ ให้สละความเกียจคร้านออกไปเสีย ปกติจิตของเรานี้มักจะไหลไปสู่ความเกียจคร้านความลุ่มหลง
เราต้องพยายามหาอุบายมาเตือนตนอยู่เสมอ ด้วยความเพียรความหมั่น ให้รักษา กาย วาจา ใจ ของเราให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ในสิกขาวินัย นำความผิดความชั่ว ออกจากกาย จากวาจา จากใจ

อาศัยความเพียรเป็นไปติดต่อ จึงจะชนะความเกียจคร้านได้ ความมัวเมา ความประมาทอันใดมีก็ให้ละเสีย ให้วางเสีย ทำจิตใจของเราให้ตั้งอยู่ในธรรมโม พิจารณากลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ ต้องอาศัยความเพียรความหมั่นความขยัน ไม่เช่นนั้นจิตมันจะตกไปสู่ความเกียจคร้าน


ขอบคุณที่มา : http://board.palungjit.com/f131/ให้ตั้งสัจจะ-หลวงปู่แหวน-220070.html


บทความที่เกี่ยวข้อง

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตั้งใจ..เพื่อสัจจะ

พออายุมากขึ้นๆ การนั่งสมาธิมันชักลำบากนะคะ (ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 35 ละ)
เคยตั้งใจจะนั่งสักครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้เลย...
บางทีลืมตาขึ้นมาดูเวลาเหลืออีกแค่นาทีก็ทนไม่ไหว

รู้สึกว่าเราชักเหยาะแหยะเหลวไหลไม่ได้ความ
เมื่อวานเลยลองตั้งใจนั่งให้ได้ 2 ชั่วโมง
สวดมนต์และตั้งสัจจะว่าถ้ายังไม่ถึง 2 ชั่วโมงจะไม่ลุกเด็ดขาด
ไม่ได้คิดถึงว่าจะได้สมาธิหรือไม่อย่างไร
แค่รักษาสัจจะนี้ให้เป็นเบื้องแรก...
ก่อนที่จะไม่มีสัจจะใดเลยที่ตัวเองสามารถรักษาไว้ได้

อืมม...ชั่วโมงแรกผ่านได้ด้วยดีค่ะ
พอสักพักความปวดเมื่อยเริ่มเข้ามาเบียดเบียนสังขารนี้
ต้องสู้กันระหว่างจิตใจ กับความปวดเมื่อย
พระเก่งๆ หลายท่านบอกว่ากายนี้ไม่เที่ยง..ไม่ใช่เรา
มาลองดูกันว่ามันไม่ใช่เราจริงรึเปล่า
เราก็เอาจิตเข้าจับตรงที่ปวด..
แรกๆ ก็เห็นว่ามันคนละส่วน...จิตส่วนหนึ่ง กายส่วนหนึ่ง
แต่ความปวดกับกายยังอยู่ด้วยกัน..ยังแยกไม่ได้
ดูเข้าไปตรงความปวดกับสังขารตัวเอง..ก็ยังแยกไม่ได้
ความเขลาเบาปัญญาของเราหนอ
นานเข้าๆ พระท่านบอกว่าเดี๋ยวมันก็หายไป
ไม่เห็นมันจะหายไปจากเรา...ขาก็ยังปวดอยู่นั่นเอง
เฮ้อ...! ถอนหายใจให้กับความโง่ของตัวอีกครั้ง

สักพักเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น...อิอิ
เหมือนสวรรค์มาโปรด...
เรานั่งได้ครบ 2 ชั่วโมงตามสัจจะที่ตั้งไว้
ครั้งนี้ทำได้...เดี๋ยวก็ทำได้ดีขึ้นเองแหละ
ให้กำลังใจตัวเองไว้